สิ่งที่คุณจะได้จากบทความนี้
- ภาพรวม 5 ขั้นตอนเปิดร้านตัดผมชาย และสิ่งที่ทำให้ร้านบาร์เบอร์วางแผนต่างจากร้านเสริมสวยทั่วไป
- ช่วงราคาตัดผมชายในตลาด แยกตามระดับร้าน สำหรับใช้วางเมนูของคุณเอง
- งบเก้าอี้บาร์เบอร์จากผู้จำหน่ายจริง และรายการอุปกรณ์ตัดผมพื้นฐานที่ต้องเตรียม
- ใบอนุญาตและการจดทะเบียนที่ต้องทำจริง พร้อมค่าธรรมเนียมและลิงก์หน่วยงานราชการ
- รูปแบบการจ้างช่างที่ร้านใช้กัน รวมถึงการเช่าเก้าอี้ และสิ่งที่ควรตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร
- วิธีบันทึกลูกค้า walk-in ลงตารางเดียวกับนัดที่จองไว้ ไม่ให้ตกหล่น
ภาพรวม 5 ขั้นตอนเปิดร้านตัดผมชาย
ร้านตัดผมชายเป็นธุรกิจที่เริ่มต้นเบากว่าร้านเสริมสวยผู้หญิงหรือร้านสปา เพราะเมนูหลักคือทรงผมสั้นและงานโกนหนวด ใช้เวลาต่อบริการสั้นกว่างานเคมีหรืองานต่อขนตามาก แต่จุดที่ทำให้ร้านตัดผมชายวางแผนต่างออกไปคือลูกค้าส่วนใหญ่ไม่จองล่วงหน้า นึกอยากตัดผมเมื่อไหร่ก็เดินเข้าร้านตอนนั้นเลย ราคาต่อครั้งต่ำกว่าร้านเสริมสวยหรือซาลอน แต่ลูกค้ากลับมาบ่อยกว่ามาก เพราะคนที่ตัดทรงเกรียนหรือรองทรงต้องกลับมาเก็บทรงทุก 2-3 สัปดาห์ ขณะที่งานทำสีอยู่ได้เป็นเดือน รายได้ของร้านตัดผมชายจึงมาจากลูกค้าประจำที่กลับมาบ่อย ไม่ใช่จากราคาต่อบิลที่สูง
ลำดับการเตรียมตัวที่แนะนำมี 5 ขั้นตอน
- วางเมนูและราคาให้เหมาะกับร้านที่ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่จองล่วงหน้า
- เตรียมงบประมาณและอุปกรณ์
- เลือกทำเลที่คนเดินผ่านมองเห็นร้าน
- ขอใบอนุญาตและจดทะเบียน
- วางระบบช่างและช่องทางรับลูกค้า
เรื่องเอกสารใบอนุญาตควรเริ่มทำควบคู่กับการตกแต่งร้าน เพราะท้องถิ่นมีเวลาพิจารณาได้ถึง 30 วัน ตามคู่มือการขออนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของ อบต.ขามป้อม ส่วนเวลารวมตั้งแต่วางแผนจนถึงวันเปิดร้าน ควรเผื่อไว้อย่างน้อย 1-2 เดือน
ขั้นตอนที่ 1: วางเมนูและราคาให้เหมาะกับร้านที่ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่จองล่วงหน้า
เลือกระดับราคาของร้านให้ได้ก่อนซื้อเก้าอี้หรือเช่าตึกแถว เพราะระดับราคากำหนดทั้งทำเล อุปกรณ์ และจำนวนช่างที่ต้องมีตั้งแต่วันแรก
ราคาตัดผมชายในตลาดแบ่งเป็น 3 ระดับชัดเจน ตามข้อมูลจาก sataiphom.com ในบทความ "ราคาตัดผมชาย 2026 ร้านทั่วไป บาร์เบอร์ ซาลอน เท่าไหร่บ้าง"
| ระดับร้าน | ช่วงราคาตัดผม |
|---|---|
| ร้านทั่วไป/ตลาด (ทรงเกรียน/รองทรงพื้นฐาน) | 60-120 บาท |
| ร้านบาร์เบอร์ (ตามความยากของทรงและชื่อร้าน) | 150-400 บาท |
| ซาลอน (เฉพาะค่าตัด ไม่รวมทำเคมี) | 300-800 บาท |
เทียบราคาตัดผมชาย 3 ระดับร้าน
- ราคาตัดผม
- 60-120 บาท
- ราคาตัดผม
- 150-400 บาท
- ราคาตัดผม
- 300-800 บาท
แหล่งเดียวกันยังระบุราคารวมตัด สระ และไดร์อยู่ที่ 200-600 บาท ฝั่งบาร์เบอร์ถูกกว่า ฝั่งซาลอนแพงกว่า ส่วนบริการโกนหนวดหรือจัดทรงหนวดเคราอยู่ที่ 50-150 บาท บางร้านแถมให้ฟรีเมื่อลูกค้าตัดผมด้วย บางร้านคิดเพิ่มเป็นรายการแยก ใช้ตารางนี้เป็นจุดตั้งต้นสำหรับเทียบกับร้านในย่านของคุณ ไม่ใช่เพดานราคาที่ตั้งได้
เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เดินเข้าร้านโดยไม่จองล่วงหน้า และกลับมาบ่อยกว่าลูกค้าร้านเสริมสวยทั่วไป ราคาต่อครั้งจึงไม่ใช่ตัวเลขที่ตัดสินว่าร้านอยู่รอดได้หรือไม่ ตัวเลขที่สำคัญกว่าคือจำนวนครั้งที่ลูกค้าคนเดิมกลับมาตัดผมตลอดทั้งปี เมนูและราคาที่ทำให้ลูกค้าอยากกลับมาบ่อย เช่น ราคาคงที่ ไม่ต้องต่อรองทุกครั้ง จึงสำคัญกว่าการตั้งราคาสูงตั้งแต่วันแรก
ขั้นตอนที่ 2: เตรียมงบประมาณและอุปกรณ์

รายการที่ประเมินราคาได้ชัดเจนที่สุดคือเก้าอี้บาร์เบอร์ ราคาหน้าร้านของผู้จำหน่ายอุปกรณ์เสริมสวย KMD Store หมวด Barber Chair (สืบค้นเมื่อ ก.ย. 2569) อยู่ที่ราว 9,900-29,900 บาทต่อตัวสำหรับรุ่นทั่วไปที่ยังมีสต๊อก ราคาป้ายเดิมของบางรุ่นสูงกว่าราคาขายจริงมาก จึงควรเทียบจากราคาขายจริง ไม่ใช่ราคาป้าย
นอกจากเก้าอี้ ร้านตัดผมชายต้องมีอุปกรณ์ตัดผมพื้นฐานตั้งแต่วันแรก ได้แก่ ปัตตาเลี่ยนไฟฟ้า กรรไกรตัดผม กรรไกรซอย หวี ผ้าคลุมตัดผม และแปรงปัดเศษผม ราคาของแต่ละชิ้นต่างกันมากตามรุ่นและแบรนด์ จึงควรไปเทียบราคาที่ร้านหรือเว็บผู้จำหน่ายโดยตรงตามรายการที่ร้านต้องใช้จริง มากกว่ายึดตัวเลขรวมตัวเดียว
ถ้าคุณยังไม่ได้เรียนตัดผมมาก่อน สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (TPQI) มีคอร์สออนไลน์ฟรีสำหรับอาชีพช่างทำผมบุรุษ เรียนได้ด้วยตัวเอง ใช้เวลาราว 150 นาที เป็นจุดเริ่มต้นก่อนไปฝึกมือจริงในร้าน
เงินทุนหมุนเวียนเป็นอีกก้อนที่มักลืมกันเวลาตั้งงบ ร้านใหม่ควรกันเงินสำรองค่าเช่าและค่าช่างไว้อย่างน้อย 3-6 เดือน แยกจากงบซื้อของตั้งแต่ต้น เพราะกว่าลูกค้าขาจรจะกลายเป็นลูกค้าประจำต้องใช้เวลาสักระยะ
ขั้นตอนที่ 3: เลือกทำเลที่คนเดินผ่านมองเห็นร้าน
ร้านตัดผมชายพึ่งพาลูกค้าขาจรมากกว่าร้านที่ลูกค้านัดล่วงหน้าอย่างร้านทำเล็บหรือต่อขนตา ทำเลจึงสำคัญกับร้านตัดผมชายมากกว่าธุรกิจที่ลูกค้าตั้งใจมาตั้งแต่ก่อนออกจากบ้าน
หลักที่ใช้ได้จริงคือร้านต้องมองเห็นได้ชัดและแวะง่าย ชั้นล่างที่เห็นจากถนนหรือทางเท้า มีที่จอดรถมอเตอร์ไซค์หน้าร้าน และป้ายชื่อร้านที่อ่านง่ายจากระยะไกล ล้วนช่วยได้มากกว่าทำเลที่สวยแต่ต้องเดินอ้อมหรือขึ้นลิฟต์ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ตัดสินใจเข้าร้านตอนที่เห็นร้านตรงหน้า ไม่ใช่ตัดสินใจล่วงหน้าแล้วค่อยหาทางไป ถ้าทำเลของคุณอยู่ในย่านที่มีคนเดินผ่านทุกวัน เช่น ใกล้ตลาดหรือหน้าปากซอยที่มีคนสัญจร ก็มีโอกาสได้ลูกค้าใหม่แวะเข้าร้านสม่ำเสมอโดยไม่ต้องใช้งบโฆษณามาก
ขั้นตอนที่ 4: ขอใบอนุญาตและจดทะเบียน
ใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ร้านตัดผมชายจัดอยู่ในกลุ่ม "การประกอบกิจการเสริมสวย หรือแต่งผม" ข้อ 9(11) ของบัญชีท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. 2558 ตัวบทกฎหมายใช้คำว่า "แต่งผม" ซึ่งไม่ได้ระบุเพศ ในทางปฏิบัติสำนักงานเขตและเทศบาลออกใบอนุญาตประเภทนี้ให้ร้านตัดผมชายเช่นเดียวกับร้านเสริมสวยผู้หญิง
สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับใบนี้
- ยื่นที่ไหน: ในกรุงเทพฯ ยื่นที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล สำนักงานเขตที่ร้านตั้งอยู่ ต่างจังหวัดยื่นที่เทศบาลหรือ อบต. ตามเอกสารของสำนักงานเขตลาดพร้าว
- เอกสาร: สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน เอกสารเกี่ยวกับอาคาร หนังสือยินยอมเจ้าของสถานที่หรือสัญญาเช่า และแบบคำขอของท้องถิ่น
- ค่าธรรมเนียม: กำหนดโดยข้อบัญญัติของแต่ละท้องถิ่นตามประเภทและขนาดกิจการ ตัวอย่างของสำนักงานเขตลาดพร้าวอยู่ในช่วง 240-15,000 บาทต่อปี ร้านเล็กมักจ่ายหลักร้อย เช่นข้อบัญญัติของ อบต.นางิ้ว จ.ขอนแก่น กำหนดกิจการร้านเสริมสวยไว้ที่ 300 บาทต่อปี
- อายุและระยะเวลา: ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี ต้องต่อก่อนหมดอายุ ตามคำอธิบายของ Greenpro KSP ส่วนระยะเวลาพิจารณา พระราชบัญญัติการสาธารณสุขกำหนดให้ท้องถิ่นออกใบอนุญาตหรือแจ้งผลภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับคำขอที่ครบถ้วน ตามที่คู่มือของ อบต.ขามป้อมอ้างถึง
ไม่แน่ใจว่าร้านเข้าข่ายข้อไหน โทรถามฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลของเขตก่อนตกแต่งร้านได้เลย ใช้เวลาไม่นานแต่กันปัญหาต้องแก้ไขทีหลัง ดูรายละเอียดใบอนุญาตร้านเสริมสวยทุกประเภทเพิ่มเติมได้ที่บทความใบอนุญาตร้านเสริมสวย ทำเล็บ บาร์เบอร์ ขอที่ไหน ค่าธรรมเนียมเท่าไหร่
จดทะเบียนพาณิชย์ จำเป็นเมื่อขายสินค้าในร้าน
ร้านที่ตัดผมอย่างเดียวไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ แต่ถ้าร้านขายสินค้าหน้าร้านด้วย เช่น โพเมด น้ำมันเครา หรือแชมพู การขายสินค้าถือเป็นพาณิชยกิจที่ต้องจดทะเบียน ตามข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนตั้งใหม่ 50 บาทต่อคำขอ ยื่นภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มประกอบการ หน่วยงานที่กำกับคือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
VAT และประกันสังคม
ร้านเปิดใหม่ส่วนใหญ่ยังไม่ต้องจด VAT กฎหมายกำหนดให้จดเมื่อรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ภายใน 30 วันนับจากวันที่รายรับเกิน ไม่มีค่าธรรมเนียม ตามคู่มือประชาชนของกรมสรรพากร
ส่วนประกันสังคมผูกกับการมีลูกจ้าง ไม่ใช่ยอดขายร้าน ทันทีที่มีลูกจ้างคนแรก ไม่ว่าจะจ่ายเป็นเงินเดือนหรือค่ามือตามยอดบริการ นายจ้างต้องขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน ตามคู่มือของสำนักงานประกันสังคม
ถ้าร้านติดป้ายชื่อหน้าตึก ภาษีป้ายอักษรไทยล้วนคิด 5 บาทต่อ 500 ตารางเซนติเมตร ขั้นต่ำ 200 บาทต่อป้ายต่อปี ยื่นแบบภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ตามข้อมูลจากธรรมนิติ
ช่างตัดผมชายต้องมีใบอนุญาตวิชาชีพไหม
ปัจจุบันไม่มีกฎหมายบังคับให้ช่างตัดผมชายต้องมีใบอนุญาตวิชาชีพ ใบอนุญาตที่กฎหมายบังคับผูกกับสถานประกอบการตามข้อด้านบน ไม่ใช่ตัวช่าง สิ่งที่มีคือคุณวุฒิวิชาชีพแบบสมัครใจจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาธุรกิจเสริมสวย อาชีพช่างทำผมบุรุษ แบ่งเป็น 5 ระดับ ระดับ 3 กำหนดให้ผู้เข้ารับการประเมินมีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีประสบการณ์ทำงานต่อเนื่องในอาชีพช่างทำผมบุรุษไม่น้อยกว่า 6 เดือน ใบรับรองแบบนี้ใช้สร้างความมั่นใจให้ลูกค้า และใช้เป็นเกณฑ์คัดช่างเมื่อร้านเริ่มรับคนเพิ่ม
ขั้นตอนที่ 5: วางระบบช่างและช่องทางรับลูกค้า

รูปแบบการจ่ายค่ามือที่ร้านใช้กัน
ร้านแต่ละแห่งจ่ายค่ามือให้ช่างไม่เหมือนกัน บางร้านให้เป็นเปอร์เซ็นต์คงที่ต่อหัวจากยอดบริการ บางร้านมีเงินเดือนฐานบวกค่ามือตามยอด ไม่มีสูตรกลางที่ทุกร้านใช้เหมือนกัน ตกลงตัวเลขและวิธีนับให้ชัดตั้งแต่วันแรกที่รับช่างเข้าร้าน เพราะเป็นเรื่องแรกที่ช่างฝีมือดีถามถึงก่อนตัดสินใจมาร่วมงาน
อีกรูปแบบหนึ่งที่คุณอาจเจอคือการเช่าเก้าอี้ ช่างจ่ายค่าที่ให้เจ้าของร้านเป็นจำนวนคงที่ แทนการรับเงินเดือนหรือค่าคอมมิชชั่นจากร้าน แล้วเก็บรายได้จากลูกค้าที่ตัวเองตัดให้โดยตรง ถ้าร้านของคุณจะใช้รูปแบบนี้ ควรตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น ทั้งจำนวนเงิน วันที่ต้องจ่าย และเงื่อนไขอื่น ๆ เพราะข้อตกลงปากเปล่ามักเป็นต้นเหตุของปัญหาทีหลัง เรื่องนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญถ้ามีข้อสงสัยเรื่องสัญญา
ตั้ง LINE ของร้านให้พร้อมก่อนเปิด
ลูกค้าร้านตัดผมชายจำนวนมากทักถามเวลาว่างหรือถามทางผ่าน LINE ก่อนตัดสินใจแวะ ตั้งLINE Official Account ของร้านให้เรียบร้อยก่อนวันเปิด แบบฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายและส่งข้อความบรอดแคสต์ได้ 300 ข้อความต่อเดือน เพียงพอสำหรับร้านเปิดใหม่ ควบคู่กันให้เปิด Google Business Profile เพื่อให้ร้านขึ้นบน Google Maps เมื่อมีคนค้นหาร้านตัดผมใกล้ตัว
บันทึกลูกค้า walk-in ในตารางเดียวกับนัดที่จอง
ร้านตัดผมชายมีทั้งลูกค้าประจำที่นัดผ่าน LINE ล่วงหน้า และลูกค้า walk-in ที่เดินเข้าร้านโดยไม่บอกล่วงหน้า ควรบันทึกทั้งสองกลุ่มไว้ในตารางเดียวกัน ไม่ใช่แยกสมุดหรือแยกระบบ ข้อมูลที่ควรจดต่อคนคือชื่อ เวลาที่เข้าร้าน ช่างคนไหนเป็นคนทำ และทำอะไรไปบ้าง เพื่อให้แบ่งงานระหว่างช่างได้เป็นธรรมและต่อเนื่อง
ข้อควรระวังที่มักถูกมองข้าม
- ความสะอาดของร้านสำคัญกับธุรกิจนี้โดยตรง ร้านตัดผมชายใช้ของมีคมและสัมผัสลูกค้าใกล้ชิดทุกครั้ง อุปกรณ์ฆ่าเชื้อปัตตาเลี่ยนและกรรไกรจึงควรมีประจำโต๊ะตั้งแต่วันแรก และทำความสะอาดเครื่องมือสม่ำเสมอ ไม่ใช่เตรียมทีหลังตอนมีลูกค้าทักเรื่องความสะอาด
- ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี ตั้งเตือนต่ออายุไว้ล่วงหน้า และเก็บใบเสร็จค่าธรรมเนียมทุกปีไว้กับเอกสารร้าน
- โควตาข้อความ LINE มีจำกัด แบบฟรีส่งได้ 300 ข้อความบรอดแคสต์ต่อเดือน ถ้าร้านมีลูกค้าประจำเยอะขึ้น ควรตรวจโควตาเป็นระยะ ไม่ให้ข้อความเตือนนัดหยุดส่งไปเงียบ ๆ โดยไม่รู้ตัว
- ทำข้อตกลงค่ามือหรือเช่าเก้าอี้เป็นลายลักษณ์อักษร ตั้งแต่วันแรกที่รับช่างเข้าร้าน ดีกว่าปล่อยเป็นข้อตกลงปากเปล่าแล้วมาเถียงกันทีหลัง
เลิกจดตารางด้วยมือ เลิกนั่งคิดค่ามือเองทุกสิ้นเดือน
เมื่อร้านเริ่มมีช่างมากกว่าหนึ่งคน ลูกค้าที่จองผ่าน LINE ล่วงหน้าและลูกค้า walk-in ที่เดินเข้าร้านจะปนกันในแต่ละวัน ถ้ายังจดด้วยมือในสมุดหรือแยกกันคนละที่ ปลายเดือนจะหาไม่เจอว่าใครตัดกับช่างคนไหนไปแล้วบ้าง และค่ามือของช่างแต่ละคนก็ต้องมานั่งรวมเองทีละบรรทัด
ระบบจัดการร้านสำหรับร้านตัดผมชายอย่าง SalonX เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ช่วยตรงจุดนี้ ในตารางช่าง คุณตั้งช่างประจำให้ลูกค้าที่อยากได้ช่างคนเดิมทุกครั้งได้ ลูกค้า walk-in ที่เดินเข้าร้านก็บันทึกลงตารางเดียวกับนัดที่จองไว้ล่วงหน้า ไม่ต้องแยกสมุดหรือแยกระบบ ส่วนค่ามือของช่างแต่ละคนคิดเป็นเปอร์เซ็นต์รายช่างให้อัตโนมัติ พร้อมออกpayslipรายเดือนและไฟล์สรุปให้คนทำบัญชี ไม่ต้องนั่งรวมยอดเองปลายเดือน
ร้านที่อยากรู้ว่าลูกค้าประจำแต่ละคนเคยตัดทรงอะไร ใช้ปัตตาเลี่ยนเบอร์ไหน ก็เก็บประวัติลูกค้าไว้กับร้านได้ทันทีที่ลูกค้าคนนั้นเข้ามาครั้งแรก โดยไม่ต้องพึ่งความจำของช่างคนเดียว
สรุป
การเปิดร้านตัดผมชายเริ่มจากการตั้งราคาและเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าที่ส่วนใหญ่ไม่จองล่วงหน้า ไม่ใช่จากการซื้อเก้าอี้ก่อน สิ่งที่ต้องทำให้ครบมี 5 เรื่อง
- วางเมนูและราคาตามระดับร้านที่ต้องการ ตั้งแต่ 60 บาทของร้านทั่วไปจนถึง 400 บาทของร้านบาร์เบอร์ระดับกลาง
- เตรียมงบเก้าอี้บาร์เบอร์ 9,900-29,900 บาทต่อตัว และอุปกรณ์ตัดผมพื้นฐานตามรายการที่ร้านต้องใช้จริง
- เลือกทำเลที่คนเดินผ่านเห็นและแวะง่าย เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ตัดสินใจเข้าร้านตอนนั้นเลย
- ขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพให้เรียบร้อย และเผื่อเวลาพิจารณา 30 วัน
- บันทึกลูกค้า walk-in ในตารางเดียวกับนัดที่จอง และตกลงรูปแบบค่ามือหรือเช่าเก้าอี้เป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่วันแรก
ถ้าคุณวางแผนเปิดร้านตัดผมชายควบคู่กับบริการเสริมสวยอื่นในอนาคต ขั้นตอนใบอนุญาตเป็นชุดเดียวกัน อ่านต่อได้ที่บทความเปิดร้านทำผมในกรุงเทพฯ ปี 2569
