บทความนี้เน้นเฉพาะเรื่องใบอนุญาต ถ้าคุณกำลังเตรียมเปิดร้านและอยากเห็นภาพรวมตั้งแต่งบประมาณ อุปกรณ์ ไปจนถึงวันเปิดร้าน อ่านคู่มือฉบับเต็มได้ที่บทความเปิดร้านทำผมในกรุงเทพฯ ปี 2569 บทความเปิดร้านทำเล็บ ปี 2569 หรือเรื่องเปิดร้านบาร์เบอร์ ปี 2569
สิ่งที่คุณจะได้จากบทความนี้
- ร้านแบบไหนบ้างที่ต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
- ยื่นขอที่ไหน ต่างกันอย่างไรระหว่างกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัด
- เอกสารที่ต้องเตรียม และค่าธรรมเนียมอยู่ราวเท่าไหร่ พร้อมตัวอย่างจริงจาก 3 ท้องถิ่น
- รอกี่วันถึงได้ใบอนุญาต ใบอนุญาตมีอายุกี่ปี และต้องต่ออายุตอนไหน
- ถ้ายังไม่มีใบอนุญาต จะเกิดอะไรขึ้น และควรทำอะไรตอนนี้
ร้านแบบไหนต้องมีใบอนุญาตนี้บ้าง
ร้านทำผมและร้านเสริมสวยทุกแบบอยู่ในกลุ่มกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ข้อ 9(11) "การประกอบกิจการเสริมสวย หรือแต่งผม" ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. 2558 ที่เผยแพร่โดยกรมอนามัย คำว่า "แต่งผม" ในประกาศไม่ได้ระบุเพศ และไม่มีข้อแยกไว้สำหรับร้านตัดผมชายโดยเฉพาะ ร้านบาร์เบอร์จึงอยู่ในข้อนี้ด้วย ร้านทำเล็บก็อยู่ในกลุ่มนี้ เพราะใช้ของมีคมและน้ำยาที่สัมผัสผิวลูกค้าโดยตรง ส่วนร้านต่อขนตาน่าจะเข้าข่ายกิจการเสริมสวยตามข้อเดียวกัน เพราะไม่มีข้อแยกสำหรับบริการต่อขนตาโดยเฉพาะ แต่ประกาศไม่ได้ระบุชื่อบริการนี้ไว้ตรงๆ จึงควรโทรถามเขตหรือเทศบาลให้แน่ใจก่อนยื่น
พูดง่ายๆ คือร้านทำผม ร้านทำเล็บ และร้านบาร์เบอร์ ใช้ใบอนุญาตใบเดียวกัน ติดต่อหน่วยงานเดียวกัน และยื่นเอกสารชุดเดียวกัน
ถ้าเมนูร้านของคุณมีบริการสักคิ้วหรือ microblading ด้วย ให้โทรถามฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลของเขตหรือเทศบาลก่อนว่าบริการนี้ต้องขอใบอนุญาตประเภทไหน เพราะแต่ละท้องถิ่นอาจพิจารณาไม่เหมือนกัน
ส่วนร้านนวดและสปาไม่อยู่ในกลุ่มนี้ และใช้กฎหมายคนละฉบับ คือพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 ถ้าคุณกำลังจะเปิดร้านนวดหรือสปา ขั้นตอนขอใบอนุญาตมีรายละเอียดแยกไว้ในบทความใบอนุญาตร้านนวดและสปา
ยื่นที่ไหน: เขตในกรุงเทพฯ กับเทศบาลหรือ อบต. ต่างจังหวัด
ถ้าร้านของคุณอยู่ในกรุงเทพฯ ยื่นขอที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล สำนักงานเขตที่ร้านตั้งอยู่ ตามแบบฟอร์ม อภ. ที่สำนักงานเขตลาดพร้าวประกาศไว้ นอกจากยื่นด้วยตัวเองที่เขต กรุงเทพมหานครยังเปิดช่องทางออนไลน์ผ่านระบบ BMA OSS ตามที่สำนักงานเขตห้วยขวางประกาศ และใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพก็เป็นหนึ่งในคำขอที่ระบบรับ ช่องทางนี้ช่วยให้ยื่นได้โดยไม่ต้องไปที่เขต แต่ยังไม่มีข้อมูลเผยแพร่ครบทุกขั้นตอนสำหรับผู้ขอรายใหม่ บทความนี้จึงยังแนะนำให้ยื่นที่เขตเป็นหลัก
ถ้าร้านอยู่ต่างจังหวัด ยื่นที่เทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบลที่ร้านตั้งอยู่ ทั้งสองเส้นทางใช้กฎหมายฉบับเดียวกัน แต่ราชการส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่งมีอำนาจออกข้อบัญญัติกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอใบอนุญาตเองได้ ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 54 ค่าธรรมเนียมก็กำหนดไว้ในข้อบัญญัติของแต่ละท้องถิ่นเช่นกัน เอกสารและค่าธรรมเนียมของแต่ละท้องถิ่นจึงไม่เหมือนกันทุกข้อ
เอกสารที่ต้องเตรียม

เอกสารหลักที่ใช้ยื่นขอใบอนุญาต อ้างอิงจากชุดเอกสารของสำนักงานเขตลาดพร้าว มีดังนี้
- สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ขออนุญาต
- สำเนาบัตรและทะเบียนบ้านของผู้จัดการร้าน ถ้าเป็นคนละคนกับผู้ขออนุญาต
- สำเนาทะเบียนบ้านของสถานที่ตั้งร้าน
- หนังสือรับรองนิติบุคคลพร้อมสำเนาบัตรผู้มีอำนาจ กรณีจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
- ใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร หรือหลักฐานว่าอาคารถูกต้องตามกฎหมายควบคุมอาคาร
- หนังสือยินยอมจากเจ้าของสถานที่ หรือสัญญาเช่า
- หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตร กรณีเจ้าของร้านมายื่นเองไม่ได้
- ใบอนุญาตจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ถ้ามี
เอกสารชุดนี้ใช้เป็นแนวทางเตรียมตัวได้ แต่รายการจริงอาจต่างกันตามท้องถิ่น ควรโทรถามเขตหรือเทศบาลของคุณก่อนไปยื่นจริง จะได้ไม่ต้องเดินทางซ้ำ
ค่าธรรมเนียมเท่าไหร่
ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตไม่มีอัตราเดียวทั่วประเทศ เพราะแต่ละท้องถิ่นออกข้อบัญญัติกำหนดเอง ร้านเล็กในต่างจังหวัดอาจจ่ายเพียงหลักร้อยบาทต่อปี ส่วนร้านในกรุงเทพฯ อาจสูงถึงหลักหมื่นบาทต่อปีตามประเภทและขนาดกิจการ ดูตัวอย่างจริงจาก 3 ท้องถิ่นจะเห็นความต่างชัดขึ้น สำนักงานเขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ กำหนดไว้ 240 ถึง 15,000 บาทต่อปีแล้วแต่ประเภทและขนาดกิจการ ขณะที่อบต.นางิ้ว จังหวัดขอนแก่น และอบต.สามเมือง อำเภอสีดา จังหวัดนครราชสีมา กำหนดอัตราคงที่ไว้ที่ 300 บาทต่อปีทั้งคู่ แม้อยู่คนละจังหวัด
ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตกิจการเสริมสวยใน 3 ท้องถิ่น
- ค่าธรรมเนียม
- 240 ถึง 15,000 บาทต่อปี
- หมายเหตุ
- ช่วงกว้าง แล้วแต่ประเภทและขนาดกิจการ
- ค่าธรรมเนียม
- 300 บาทต่อปี
- หมายเหตุ
- อัตราเดียวทุกขนาดร้าน
- ค่าธรรมเนียม
- 300 บาทต่อปี
- หมายเหตุ
- อัตราเดียวทุกขนาดร้าน
ทางที่ดีที่สุดคือโทรถามฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลของเขตหรือเทศบาลที่ร้านของคุณตั้งอยู่โดยตรง จะได้รู้ตัวเลขจริงก่อนตั้งงบ ตารางค่าธรรมเนียมของท้องถิ่นอื่นใช้เทียบเคียงได้ แต่ไม่ใช่อัตราที่ร้านของคุณต้องจ่ายจริง
ยื่นแล้วรอกี่วัน ใบอนุญาตมีอายุกี่ปี และต่ออายุตอนไหน
หลังยื่นคำขอที่ครบถ้วนแล้ว เจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องออกใบอนุญาตหรือแจ้งผลภายใน 30 วัน ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 56 ถ้ามีเหตุจำเป็น ขยายเวลาได้อีกไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 15 วัน และถ้าคำขอไม่ครบถ้วน เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งให้แก้ไขภายใน 15 วัน ถ้ากำลังวางแผนวันเปิดร้าน ควรเผื่อเวลาส่วนนี้ไว้ด้วย
ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต ตามมาตรา 55 ของกฎหมายฉบับเดียวกัน คำขอต่ออายุต้องยื่นก่อนใบอนุญาตหมดอายุ และเมื่อยื่นคำขอพร้อมจ่ายค่าธรรมเนียมแล้ว ร้านเปิดต่อได้จนกว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะสั่งไม่ต่ออายุ ในทางปฏิบัติ บางเขตกำหนดช่วงเวลายื่นไว้ด้วย เช่นสำนักงานเขตลาดพร้าว ให้ยื่นคำขอต่ออายุภายใน 90 วันก่อนหมดอายุ ตั้งเตือนล่วงหน้าไว้ในปฏิทินของร้าน จะได้ไม่ลืม
ไม่มีใบอนุญาตแล้วเกิดอะไรขึ้น
ถ้าคุณกำลังจะเปิดร้านใหม่ ส่วนนี้คือเหตุผลที่ควรยื่นขอให้เรียบร้อยก่อนวันเปิด แต่ถ้าร้านของคุณเปิดมาสักพักแล้วและยังไม่ได้ยื่น ส่วนนี้คือเหตุผลที่ควรไปยื่นตอนนี้ ยังไม่สาย
กฎหมายกำหนดโทษแยกไว้ 2 กรณี ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นฉบับที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน
กรณีแรก ประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต มาตรา 71 กำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
กรณีที่สอง ร้านยังเปิดต่อทั้งที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้หยุดกิจการแล้ว มาตรา 80 กำหนดโทษเท่ากับกรณีแรก และปรับอีกไม่เกินวันละ 25,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนคำสั่ง
ทั้งสองกรณีป้องกันได้ด้วยการยื่นขอใบอนุญาตให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น หรือถ้ายังไม่ได้ยื่น โทรถามและไปยื่นที่เขตหรือเทศบาลตอนนี้ ก่อนที่จะมีการตรวจหรือมีคำสั่งใดๆ เข้ามา
เจ้าหน้าที่มาตรวจอะไรบ้าง

ตัวอย่างเงื่อนไขสำหรับผู้รับใบอนุญาตกิจการเสริมสวยจากข้อบัญญัติของ อบต.นางิ้ว จังหวัดขอนแก่น พ.ศ. 2561 มีดังนี้ ท้องถิ่นอื่นอาจกำหนดต่างไปบ้าง
- มีแสงสว่างและทางระบายอากาศเพียงพอ
- มีระบบจัดการกลิ่น เสียง แสง และฝุ่นละอองที่อาจเป็นเหตุรำคาญต่อเพื่อนบ้าน
- มีระบบป้องกันอัคคีภัย
- รักษาสถานที่ให้สะอาดอยู่เสมอ และทำความสะอาดทุกวัน
- ยินยอมให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือเจ้าพนักงานสาธารณสุขเข้าตรวจสถานที่ เครื่องมือ และเครื่องใช้ได้
เงื่อนไขเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เฉพาะตอนขอใบอนุญาตครั้งแรก แต่เจ้าหน้าที่ตรวจได้ตลอดเวลาที่ร้านเปิดกิจการ การดูแลให้ครบเป็นประจำทุกวันจึงง่ายกว่ามารีบเตรียมตอนรู้ว่าจะมีการตรวจ
ทะเบียนและภาษีอื่นที่ควรรู้
นอกจากใบอนุญาตหลัก ยังมีเรื่องทะเบียนและภาษีที่ร้านเสริมสวยควรรู้ไว้ อ่านขั้นตอนแบบละเอียดพร้อมตัวอย่างได้ที่บทความเปิดร้านทำผมในกรุงเทพฯ ปี 2569 ส่วนนี้สรุปสั้นๆ ทีละเรื่อง
ทะเบียนพาณิชย์จำเป็นเฉพาะเมื่อร้านขายสินค้าควบคู่กับบริการ เช่น สีทาเล็บหรือผลิตภัณฑ์แต่งผม ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนตั้งใหม่ 50 บาท ยื่นภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มประกอบการ ตามคู่มือทะเบียนพาณิชย์ของ อบต.นาแซง หน่วยงานที่กำกับดูแลคือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ภาษีมูลค่าเพิ่มต้องจดทะเบียนเมื่อรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี โดยต้องจดภายใน 30 วันนับจากวันที่รายรับเกิน และไม่มีค่าธรรมเนียม ตามคู่มือของกรมสรรพากร
ประกันสังคมเริ่มทันทีที่มีลูกจ้างคนแรก นายจ้างต้องขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน ตามคู่มือของสำนักงานประกันสังคม
ภาษีป้ายเก็บจากป้ายชื่อร้าน อัตราขั้นต่ำ 200 บาทต่อป้ายต่อปี ยื่นแบบ ภ.ป.1 ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ตามข้อมูลจากธรรมนิติ
จัดการร้านให้พร้อมตั้งแต่เอกสารไปจนถึงวันเปิดจริง
เรื่องใบอนุญาตเป็นคนละเรื่องกับการจัดการร้าน ระบบซอฟต์แวร์ยื่นเอกสารหรือขอใบอนุญาตแทนคุณไม่ได้ แต่เมื่อเอกสารเริ่มเดินเรื่องแล้ว สิ่งที่ตามมาคือการบริหารร้านในวันเปิดจริง ระบบจัดการร้านเสริมสวยอย่าง SalonX เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ช่วยตรงจุดนี้ ร้านมีหน้าจองของตัวเองให้ลูกค้าจองออนไลน์ได้ตลอดเวลา และรับจองผ่าน LINE ของร้านเองได้ในเวลาเดียวกัน
ทุกครั้งที่ลูกค้าจอง ระบบสร้างประวัติลูกค้าให้อัตโนมัติ เก็บไว้เป็นของร้าน ไม่ผูกกับตัวช่างคนใดคนหนึ่ง ตารางช่างตั้งเวลาต่อบริการและจำนวนการจองตามจำนวนช่างที่มีจริง ช่วยให้เห็นว่าวันเปิดร้านรับลูกค้าได้เท่าไหร่โดยไม่ต้องกะเอง
สรุป
ร้านทำผม ร้านทำเล็บ และร้านบาร์เบอร์ ใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพใบเดียวกัน ไม่ว่าร้านของคุณจะเพิ่งวางแผนเปิดหรือเปิดมาสักพักแล้ว
- ยื่นที่สำนักงานเขต (กรุงเทพฯ) หรือเทศบาล/อบต. (ต่างจังหวัด) ในพื้นที่ที่ร้านตั้งอยู่
- เตรียมเอกสารตามชุดหลัก และโทรถามท้องถิ่นของคุณก่อนไปยื่นทุกครั้ง
- แต่ละท้องถิ่นกำหนดค่าธรรมเนียมเอง ตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักหมื่นบาทต่อปี
- ท้องถิ่นมีเวลาพิจารณา 30 วัน ใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี และต้องยื่นต่ออายุก่อนหมดอายุ
- ถ้ายังไม่ได้ยื่น ไปยื่นตอนนี้ยังทัน ดีกว่ารอให้มีการตรวจหรือมีคำสั่งก่อน
